Home ข้อคิด ก่อนคิดลาออก 10 ข้อให้ถามตัวเอง ถ้าตอบได้เกินครึ่ง..ค่อยออกจากงาน

ก่อนคิดลาออก 10 ข้อให้ถามตัวเอง ถ้าตอบได้เกินครึ่ง..ค่อยออกจากงาน

1. ได้งานใหม่แล้วหรือยัง?

ถ้าได้งานใหม่ในฝันหรืองานที่ต้องการแล้วก็ต้องขอกล่าวว่า “ยินดีด้วยครับ” จะออกไม่ออกก็เรื่องของคุณแล้วล่ะแต่ถ้ายังไม่ได้งานใหม่

การลาออกด้วยอารมณ์อาจจะ เ สี่ ย ง เกินไปตามที่บอกในข้อ 1 และข้อ 3 เพราะคุณจะขาดสภาพคล่อง

ในกรณีที่มีหนี้ต้องชำระอยู่การลาออกโดยที่ยังไม่ได้งานใหม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ เ สี่ ย ง และไม่คุ้มมากๆ

เลยล่ะครับดังนั้นจงสร้างความมั่นใจให้ได้ว่ามีงานใหม่เข้ามาและพร้อมเริ่มงานกับที่ใหม่ก่อนลาออกนะครับ

2. มีปัญหากับเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานใช่รึปล่าว?

เรื่องนี้เป็นเหตุผลสำคัญว่าคุณจะอยู่หรือคุณจะไป ถ้าคุณมีปัญหาอยู่จริง จงวิเคร าะห์ ให้ดีว่าเป็นเพราะคุณเองที่ทำงาน ห่ ว ย

เองหรือกลายเป็นตัวปัญหาซะเองหรือปล่าวสมมติว่าเป็นที่ตัวคุณ จงปรับปรุงแก้ไขแล้วอย่าพึ่งลาออกซะนะครับ

ดีไม่ดีคุณจะถูกไล่ออกเอง แต่ถ้าไม่การเลิกทำงานกับเจ้านายที่ทำให้ชีวิตคุณมีปัญหา

การงานไม่ราบรื่น โดน ข่ ม เ ห ง รั ง แ ก ทำงานไม่เป็นทำให้คุณเสื่ อ ม ศรัทธาไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไรก็ตามจนก่อให้ขาด

“ความไว้วางใจ” ซึ่งกันและกันเรื่องของเจ้านายไม่เท่าไหร่ เพราะเขามีอำนาจเหนือคุณ แต่คุณเองนั่นแหละที่ต้องถามจริงๆ

ว่าทนอยู่หรือว่าอยู่ทนการมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานก็เช่นกัน มันจะตรงกับคำที่ว่า “คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ ย า ก” นั่นเองครับ

3. มีเงินเก็บมากพอระหว่างที่ไม่มีงานทำ?

เพราะเงินเก็บส่วนนี้หมายถึงการคำนวนสภาพคล่องในแต่ละเดือนเมื่อไม่มีรายได้หรือไม่มีงานทำ เช่น ค่า ผ่ อ น บ้ าน ผ่ อ น รถ ค่ากินอยู่

ค่าเทอมลูก ค่าเลี้ยงดูครอบครัว ฯลฯ ถ้าคิดว่าไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีงานทำเกิน 3 เดือนผมคิดว่ายัง เ สี่ ย ง เกินไปที่จะลาออกครับ

เพราะการหางานใหม่บางทีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายกรณีที่คุณไม่เจ๋งจริง ยิ่งอายุคุณสูงขึ้นและตำแหน่งใหญ่โตขึ้น บางทีกระบวนการคัดเลือ

กพนักงานและสัมภาษณ์งานอาจจะ ย า ว เกินกว่านั้นแต่ถ้าคุณมั่นใจว่ามีเงินเก็บเลี้ยงตัวเองมากพอถึง 3 เดือน คุณสามารถลาออกเพื่อหางานใหม่โดยที่ เ สี่ ย ง น้อยได้ครับ

4. บ้ านคุณรวยอยู่แล้วใช่หรือไม่?

คำถามง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณเห็นความชัดเจนในการลาออก ถ้าคุณบ้ านรวย มีทุนทรัพย์อยู่แล้วคงไม่ต้องคิดอะไรให้มากในการลาออก

เพื่อออกมาพัก ผ่ อ น หรือพักใจ แต่ถ้าบ้ านไม่รวย การลาออกอย่างกะทันหัน โดยไม่มีงานรองรับไม่คิดหน้าคิดหลัง

อาจจะส่งผลเสียอย่างมากถ้าคุณไม่มีเงินเข้ามาในขณะที่ยังไม่ได้งานใหม่การขาดเงิน และอยู่ในสถานะตกงานจะทำให้คุณตกที่นั่งลำบาก

จงคิดเยอะๆ ว่ากรณี เ ล ว ร้ า ย ที่สุดคุณจะใช้ชีวิตโดยที่ไม่มีงานทำได้นานแค่ไหน เลี้ยงตัวเองได้อีกกี่เดือน ยังมีเงิน ผ่ อ น บ้ าน ผ่ อ น

รถใช่หรือไม่ ถามตัวเองให้เคลียร์ก่อนเสมอ ถ้ายังไม่พร้อมก็ยังไม่ต้องลาออกนะครับ

5. อายุยังไม่ถึง 40 ใช่หรือไม่?

สำหรับคน Gen-Y ที่อายุยังไม่เกิน 32 ปีและ Gen-Z ที่พึ่งเรียนจบใหม่ การลาออกเพื่อย้ายงานและหาความต้องการใหม่ๆ

ถือว่าเป็นเรื่องปกติมากครับถ้าคุณรู้ตัวดีแล้วว่าไม่ชอบงานที่ทำและไม่รู้ว่าจะดันทุรังไปทำไม ผมสนับสนุนให้ “ลาออก”

เพื่อลองค้นหาตัวเองดู เพราะคุณยัง เ สี่ ย ง ได้อีกเยอะแต่สำหรับ Gen-Y ที่อายุประมาณ 32 ปีขึ้นไป การเปลี่ยนงานหรือลาออก

เพื่อค้นหาตัวเองอาจจะ เ สี่ ย ง เกินไปเพราะอายุประมาณนี้ ถ้าคุณ อ ย า ก เป็นลูกจ้างมืออาชีพ คุณจะต้องมีประสบการณ์

และความเชี่ยวชาญระดับหนึ่งเพื่อขึ้นไปให้ถึงพนักงานระดับสูง จงพิจารณาเรื่องนี้ให้ดี

ส่วนคนที่อายุเกิน 40 ปีไปแล้วและยังไม่มั่นใจว่าการลาออกจะได้งาน หรือมีชีวิตที่ดีขึ้นคุณจะต้องลงสนามสู่ตลาดงานที่มี

ที่ว่างให้คุณน้อยลง เพราะคุณต้องแข่งกับเด็กรุ่นใหม่ในตลาดด้วย จงคิดถึงเรื่องนี้ดีๆ

6. ทำธุรกิจเสริมอยู่หรือไม่?

ธุรกิจเสริมในที่นี้คืองานเสริมระหว่างที่คุณทำงานหลักไปด้วย เช่น ขาย ป ร ะ กั น ธุรกิจเครือข่าย ธุรกิจส่วนตัวฟรีแลนซ์

ธุรกิจออนไลน์ ล ง ทุ น หุ้ น ที่ดิน อสังหาฯ เก็บค่าเช่า ฯลฯ ถ้าคุณมีรายได้เสริมจากงานเหล่านี้และได้รับค่าตอบแทนที่ดี

การลาออกเพื่อออกมาสร้างตัวด้วยตนเองก็เป็นสิ่งที่น่าเ สี่ ย ง (และคุ้มที่จะ เ สี่ ย ง ด้วย)

นักธุรกิจหลายคนออกมาเปิดบริษัทเป็นของตัวเองและประสบความสำเร็จเพราะมีปัญหากับที่ทำงานเก่า จึงออกมาทำธุรกิจ

ด้วยตัวเองก็หลายราย (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ฮา)แต่ถ้าคุณไม่มีงานเสริมเลย การลาออกหรือได้งานใหม่ที่ไม่ได้ดี

ไปกว่าเดิม เท่าไหร่ก็ถือว่าเป็นความ เ สี่ ย ง ที่อาจจะไม่คุ้มครับ

7. คุณได้รับค่าจ้างที่น่าพอใจหรือไม่?

บางทีคุณอาจจะเป็นคนที่ทำงานดี มีผลงานที่น่าประทับใจ แต่อยู่กับบริษัทที่ให้ผลประโยชน์คุณแบบธรรมดา

ไม่มีอะไรหวือหวาคงไม่ผิดอะไรที่คุณเริ่มเห็นเพื่อนรอบตัวมีงานทำที่ดีกว่าคุณ มั่งคั่งมากกว่าคุณ ชีวิตแลดูสุข

สบายและมีความสุขมากกว่าคุณที่สำคัญคือรายได้โดยเฉพาะเงินเดือนสูงกว่าคุณเยอะ

ทั้งๆ ที่คุณก็ทำงานได้ดี สวนทางกับคุณที่รายได้ไม่ค่อยเพิ่มขึ้นแต่รายจ่ายและภาระกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่น บ้ าน รถ ลูก เมีย ฯลฯ

จนคุณเริ่มรู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ ไม่สามารถมีเงินมากกว่านี้ได้การลาออกเพื่อเปลี่ยนงานใหม่ที่ได้ค่าตอบแทนที่ดีกว่า

ก็เป็นสิ่งที่คุณจะลอง เ สี่ ย ง ดูก็ได้ หรือลองคุยกับเจ้านายก่อนว่าคุณ อย าก ได้รายได้มากกว่านี้ อาจจะฟลุ้กได้เงินเดือนขึ้นก็ได้

แต่ส่วนใหญ่จะ ย า ก นะ เพราะนายจ้างหาคนมาแทนคุณได้ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ขาดไม่ได้ (ฮา)

8. บริษัทมีความมั่นคงหรือไม่?

ไม่ว่าจะเป็นบริษัทบ้ านๆ หรือบริษัทระดับโลก คุณต้องวิเคราะห์ให้ออกว่าธุรกิจของบริษัทที่คุณทำยังมี สุ ข ภ า พ ดีอยู่หรือเปล่า

ตรวจสอบให้ละเอียดโดยเฉพาะข่าวลือที่พูดกันในออฟฟิศหรือตัวเลขทางเศรษฐกิจจากข่าว เว็ป ตลาดหุ้น ว่ายังไปต่อได้มากแค่ไหนแม้แต่ระดับโลกเองก็พลาดได้

เช่น บริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี พอหัวพลาดเป้า ก็เริ่มปลดพนักงานออกอย่าง โ ห ด ร้ า ย คุณอาจโดน เ ชื อ ดโดยไม่รู้ตัว

ก็ได้ครับส่วนบริษัทบ้ านๆ ที่ไม่ชัดเจนเรื่องความมั่งคั่ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าเจ๊งก็ถูกเลิกจ้างแน่นอน เพราะส่วนใหญ่ถ้า

ธุรกิจของบริษัทเป็นผู้นำตลาดพนักงานมักจะไม่ค่อยลาออก (เพราะรายได้และโบนัสที่ดี) ลองพิจารณาเรื่องนี้ดูดีๆ นะครับ

9. งานที่ทำอยู่ไม่มีทางที่จะทำให้คุณก้าวหน้าแล้วใช่หรือไม่?

ข้อนี้อาจจะฟังดูแรงๆ นะครับ แต่หลายๆ เคสก็พิสูจน์แล้วว่างานบางตำแหน่ง ทำให้ ต า ย คุณก็ไม่มีทางโต คุณค่ามีจำกัดถ้าคุณพอใจ

แค่นั้นก็แล้วไป แต่ถ้าคุณไม่พอใจและต้องการแสวงหาความก้าวหน้า การลาออกเพื่อหางานใหม่ที่ท้าทายและมีบันไดการเติบโต

ที่เป็นไปได้ตามใจฝัน เช่น งานขาย ก็เป็นสิ่งที่คุณควรลองที่จะออกไป เ สี่ ย ง ดู แต่ถ้ายังหาตัวเองไม่เจอเลย ไม่รู้ว่าชอบอะไร ถนัดอะไร

ทำงานอะไร ทั้งๆ ที่โตแล้ว ผมขอแนะนำว่าอย่าลาออกเลยครับ เอาตัวเองไป เ สี่ ย ง ซะปล่าวๆ

10. คุณยังมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ใช่หรือไม่?

ข้อสุดท้ายนั้นถือว่า “ตัดสิน” กันเลยว่าคุณควรที่จะอยู่ต่อหรือลาออก ถ้าคุณยังมีความสุขดี ไม่มีปัญหาอะไรผมไม่แนะนำให้ลาออกเพราะ

การทำงานด้วยความสุขนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เพราะมันมีความหมายรวมทุกอย่างเช่น สุ ข ภ า พ การเงิน เวลา ความรับผิดชอบ

เพื่อนร่วมงาน ฯลฯ แต่ถ้าคุณไม่มีความสุขแล้วล่ะก็ ให้ลองกลับไป อ่ า น ข้อ 1 ถึงข้อ 9 ว่าคุณตอบว่า “ไม่” กี่ข้อถ้ามากกว่า

5 ข้อก็เป็นสัญญานที่คุณควรจะลาออกได้แล้วครับ ถ้าใครมีมากกว่า 5 ข้อก็ไม่ผิดที่จะเริ่มพิจารณาว่าจะลาออกหรือไม่ลาออกนะครับ

ขอขอบคุณ s a l e s 1 0 0 m i l l i o n

Load More Related Articles
Load More By weraphosri
Load More In ข้อคิด

Check Also

เรื่องที่ควรสอนลูก 6 ข้อให้รู้ไว้ โตมาเขาจะฉลาดและอยู่เป็น

การเลี้ยงลูกนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สำหรับพ่อแม่มือใหม่สมัยนี้ คู่แต่งงานหลายคู่พอแต่งงาน แ…